UK Education System

ระบบการศึกษาของอังกฤษในระดับโรงเรียน

 

วันนี้พี่เอมส์จะพาไปรู้จักระบบการศึกษาของอังกฤษในระดับโรงเรียนกันค่ะ โดยเน้นในส่วนมัธยมเยอะหน่อย

1

ชื่อเรียกระดับชั้นเรียน

ในอังกฤษจะเรียกระดับชั้นเรียนต่างๆว่า “Year” ต่างจากระบบอเมริกาที่เรียกว่า “Grade” โดยอังกฤษมี Year 1-13 แต่อเมริกามี Grade 1-12 ซึ่งเหมือนกับว่าฝั่งอังกฤษจะเรียนหนักกว่า แต่เวลาเรียนมหาวิทยาลัยจะเรียนแค่ 3 ปี ส่วนอเมริกาเรียน 4 ปี ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเรียนเท่ากันค่ะ

🇬🇧 School (13 years) + College (3 years) = 16 years

🇺🇸 School (12 years) + College (4 years) = 16 years

*หากเรียนโรงเรียนระบบอังกฤษและสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในอังกฤษ จะเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแค่ 3 ปี แต่หากสมัครมหาวิทยาลัยในประเทศอื่นๆ อาจต้องเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปีเพราะเป็นการเรียนข้ามระบบการศึกษากัน

 

 

2

ระดับชั้นเรียน 6 ช่วง

ระบบการศึกษาของอังกฤษตั้งแต่อนุบาลจนจบในระบบโรงเรียน จะแบ่งเป็น 6 ช่วง คือ Key Stage 0-5
🔺 Key Stage 0 (Nursery: 3-5 years)
🔺 Key Stage 1 (Year 1-2: 5-7 years)
🔺 Key Stage 2 (Year 3-6: 7-11 years)
🔺 Key Stage 3 (Year 7-9: 11-14 years)
🔺 Key Stage 4 (Year 10-11: 14-16 years)
🔺 Key Stage 5 (Year 12-13: 16-18 years)

โดยช่วงที่เริ่มมีความสำคัญต่อการสมัครเรียนมหาวิทยาลัย (เกรดที่ทำได้จะเริ่มมีผลต่อการสมัครเรียนมหาวิทยาลัย) คือ 2 ช่วงสุดท้ายค่ะ

✏️ Year 10-11 (Key Stage 4 or “GCSE/ IGCSE”)

✏️ Year 12-13 (Key Stage 5 or “A-Level”)

 

 

3

จุดเปลี่ยนที่สำคัญ: GCSE/ IGCSE

ในช่วงที่ 5 มีชื่อเรียกว่า “Key Stage 4” หรือนิยมเรียกว่า “GCSE” (การสอบนอกอังกฤษเรียกว่า “IGCSE”) ซึ่งเป็นการเรียน 2 ปีใน Year 10-11 นักเรียนจะมีอายุ 14-16 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มค้นหาตัวตนได้บ้างแล้ว แต่อาจจะไม่แน่ใจว่าเราชอบสาขานั้นๆจริงไหม และเพื่อไม่เป็นการปิดโอกาสของสาขาอื่นๆที่เราไม่ได้สนใจมาก่อน ในช่วงนี้จะให้นักเรียนได้เรียนกันหลายวิชามาก โดยโรงเรียนในอังกฤษจะเรียน GCSE เฉลี่ยประมาณ 9 วิชาทีเดียว !! ส่วนในโรงเรียนที่ใช้ระบบอังกฤษในไทยนั้น จำนวน
วิชาอาจต่างกันไปตามขนาดและความพร้อมของแต่ละโรงเรียน ตั้งแต่ 5-10 วิชา
 

😎 โดยกลุ่มวิชาหลักๆที่ต้องเรียนคือ Math, English, Science (แต่ละกลุ่มเลือกมากกว่า 1 วิชาก็ได้) และมีกลุ่มอื่นๆให้เลือกอีกมากมาย รวมแล้วมีให้เลือกหลายสิบวิชาเลยทีเดียว เมื่อเรียนจบและสอบแล้ว นักเรียนจะเริ่มรู้ตัวว่ามีความถนัดด้านใด ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกวิชาเรียนในระดับสุดท้าย (A-Level)

 

4

ยื่นเกรดสมัครมหาวิทยาลัย: A-Level

ในช่วงที่ 6 มีชื่อเรียกว่า “Key Stage 5” หรือนิยมเรียกว่า “Sixth Form” หรือ “A-Level” ซึ่งเป็นการเรียน 2 ปีใน Year 12-13 นักเรียนจะมีอายุ 16-18 ปี ซึ่งนักเรียนจะรู้ว่าตนเองถนัดวิชาอะไรจากผลสอบที่ได้ในช่วง GCSE/ IGCSE จากนั้นจะเลือกเรียน A-Level เพียง 3-4 วิชา โดยเนื้อหาของ A-Level นั้นมีความลึกถึงในระดับต้นของมหาวิทยาลัยทีเดียว

 

👨‍🎓 เมื่อได้ผลสอบของ A-Level แล้ว สามารถนำไปยื่นสมัครมหาวิทยาลัยในอังกฤษได้เลยโดยไม่ต้องมีผลสอบอื่นๆ (ยกเว้นชาวต่างชาติที่อาจต้องสอบ IELTS ด้วย) *แต่หากยื่นสมัครมหาวิทยาลัยในไทย/ อเมริกา อาจต้องสอบวิชาอื่นๆ เช่น SAT ด้วย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ A-Level และหลักสูตรนานาชาติที่นี่

 

5

ข้อสอบเทียบเท่า A-Level: IB 

ในช่วงที่ 6 นี้ บางโรงเรียนอาจไม่นำระบบ A-Level มาใช้ แต่นำระบบ IB มาใช้แทนก็ได้

IB เป็นอีกระบบการศึกษาหนึ่ง โดยแบ่งระดับตั้งแต่ Year 1-13 เหมือนระบบอังกฤษ และแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 3 ช่วง

✏️
PYP: ช่วงอายุ 3-12 ปี
✏️ MYP: ช่วงอายุ 11-16 ปี

✏️ IBDP: ช่วงอายุ 16-19 ปี

 


ทั้งนี้หากจะนำ IB เข้ามาใช้ในโรงเรียนระบบอังกฤษ จะนำเฉพาะท่อนสุดท้าย (IBDP) เข้ามาเท่านั้น โดยโรงเรียนที่ใช้ระบบอังกฤษ + IB ในไทยนั้น เช่น

🔺 Bangkok Patana School

🔺 St Andrews International School

 


ส่วนโรงเรียนระบบอังกฤษที่ใช้ระบบอังกฤษทั้งหมด (IGCSE + A-Level) เช่น

🔸 Harrow International School

🔸 Shrewsbury International School

 


(แถม) โรงเรียนที่ใช้ระบบ IB ตั้งแต่เริ่มจนจบ เช่น

🔹 NIST International School

🔹 KIS International School


😅
ทั้งนี้ IBDP มีเกณฑ์ในการเรียนที่เข้มข้นกว่า A-Level คือมีจำนวนวิชาและกิจกรรมที่ต้องผ่านเกณฑ์มากกว่า ใครจะเรียนระบบผสม (อังกฤษ + IB) ลองดูรายละเอียดกันเพิ่มเติมค่ะ

🇺🇳 ใครกำลังหาคอร์สเรียน IGCSE, IB, A-Level ที่ aims มีเปิดสอนในหลายรูปวิชา ไม่ว่าจะเรียนเดี่ยว/ online โดย aims เปิดสอนมานานตั้งแต่ปี 1995 ดูรายละเอียดที่
หรือสอบถาม/ ปรึกษาได้ฟรีที่ LINE @aims2

🔥 ปรึกษาเรื่องการเรียนได้ฟรี! ที่

 

@aims2