หลักสูตรจุฬาฯอินเตอร์บางแห่ง มีการกำหนด GPAX ระดับม.ปลาย แถมบางแห่งใช้ GPAX มาเป็นเกณฑ์ในการรับสมัครด้วย แต่คะแนน GED เต็มวิชาละ 200 คะแนน แล้วจะเทียบเป็น GPAX ที่เต็ม 4.00 ได้ยังไง วันนี้พี่เอมส์มีคำตอบค่ะ (ใช้กฎนี้ได้กับทุกมหาวิทยาลัยเลย ไม่ใช่แค่จุฬาฯค่ะ)
⚠️ จากประกาศล่าสุดของ ทปอ. เกี่ยวกับการเทียบคะแนน GED เป็น GPAX นั้น มีสูตรที่ค่อนข้างซับซ้อน (สำหรับคนไม่ชอบคำนวณ) พี่เอมส์เลยลองทำเป็นตารางให้เข้าใจง่ายๆตามนี้ค่ะ
😅 ใครอยากได้สูตรคำนวณ ดูได้จากประกาศของ ทปอ. ในปี 2568
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น ถ้าเราได้ GED Math 165 คะแนน GPA Math = ((165-50)/150) x 4 = (115/150) x 4 = 3.066 จากนั้นคำนวณ GPA ของแต่ละวิชาแล้วมาบวกกัน สุดท้ายนำไปหาร 4 ก็จะได้ GPAX
จะเห็นได้ว่าถ้าสอบผ่านแบบคาบเส้นพอดี (ได้ 145 คะแนน) จะเทียบเป็น GPAX ได้เท่ากับ 2.53
🔺อยากได้ GPAX 2.75 จะต้องได้ 153 คะแนน โดยจะเทียบเท่า GPAX 2.75
🔺อยากได้ GPAX 3.00 จะต้องได้ 163 คะแนน โดยจะเทียบเท่า GPAX 3.01
🔺อยากได้ GPAX 3.25 จะต้องได้ 172 คะแนน โดยจะเทียบเท่า GPAX 3.25
🔺อยากได้ GPAX 3.50 จะต้องได้ 182 คะแนน โดยจะเทียบเท่า GPAX 3.52
😎 พี่เอมส์อัพเดทข้อมูลการเทียบวุฒิการศึกษาด้วย GED และการลงทะเบียน mytas ปีการศึกษา 2567
ลำดับขั้นตอนและวิธีการตามนี้ได้เลยค่ะ
การเทียบวุฒิการศึกษาให้เข้าไปที่ 👉 https://hsces.atc.chula.ac.th/
เอกสารที่ต้องใช้ (กรณีใช้วุฒิ GED) คือ
🔺GED E-Transcript (PDF file) ห้ามย่อ ขยาย หรือแก้ใขไฟล์เอกสาร
🔺รูปถ่ายขนาดพื้นหลังสีขาวหรือสีฟ้า ชุดนักเรียน หรือเชิ้ตสีขาว (JPG file)
🔺ค่าธรรมเนียม
– ค่าธรรมเนียมใบเทียบวุฒิการศึกษา 500 บาท
– ค่าธรรมเนียมใบเทียบคะแนนเฉลี่ย 200 บาท
– ค่าธรรมเนียมของแต่ละหลักสูตร (แต่ละหลักสูตรแตกต่างกัน)
ระยะเวลาในการดำเนินการ 7 วันทำการ นับจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียม และมีสถานะว่าได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว นักเรียนสามารถชำระค่าธรรมเนียมผ่าน QR Code
นักเรียนสามารถเลือกส่งใบเทียบวุฒิการศึกษาของตนเอง ไปยังคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้โดยไม่มีจำกัดจำนวน ถ้าเลือกส่งหลายคณะ ค่าธรรมเนียมก็จะแพงตามไปด้วย กล่าวคือ ยิ่งเยอะยิ่งแพง
🔥 เตรียมตัวสอบ GED กันกับคอร์สกลุ่มที่จะเปิดเร็วๆนี้ (จำกัดกลุ่มละไม่เกิน 10 คน)
https://aims.co.th/ged-group/
🖥 คอร์ส SELF@Home GED Package ครบทุกวิชารวม 136 ชม. ดูได้นาน 6 เดือนแบบไม่จำกัด ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://aims.co.th/self-at-home/
พี่เอมส์แนะนำว่า ให้เน้นความสำคัญกับการเตรียมตัวข้อสอบที่มีวันสอบไม่เกิน 5 รอบต่อปี (เช่น SAT, CU-AAT) เพราะข้อสอบเหล่านี้นานๆจะเปิดสอบสักที ถ้าทำคะแนนได้ไม่ดีก็ต้องรอกันอีกเป็นเดือนๆกว่าจะแก้ตัวได้ใหม่ (แถมบางครั้งสมัครสอบไม่ได้เพราะที่นั่งเต็มอีกต่างหาก) ส่วนข้อสอบที่เปิดสอบทุกเดือน (เช่น IELTS, GED, CU-TEP) ก็วางแผนสอบให้ดี โดยควรวางแผนสอบในช่วงที่ SAT/ CU-AAT ไม่มีวันสอบค่ะ จะได้ใช้เวลาเตรียมตัวได้คุ้มค่าและไม่ทับซ้อนกันค่ะ
ป.ล. ดูภาพรวมว่าแต่ละวิชาสอบในช่วงไหน คะแนนเต็มเท่าไร เนื้อหาอะไร ค่าสอบเท่าไร https://aims.co.th/docs/Inter_Sub_List.pdf
🔥 ตามข่าว Inter Admissions ของจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์-มหิดล ฯลฯ ได้ที่ https://aims.co.th/admission-news/

