เชื่อว่าหลายๆคน คงมีประสบการณ์การไปโรงพยาบาล แล้วเคยได้เห็นคุณหมอใจดี ทำงานอย่างหนัก เพื่อรักษาคนไข้ให้หายป่วยจากโรคภัยต่างๆ ซึ่งพี่ Ploydee ก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน จากความประทับใจในวัยเด็กนี้ จึงเป็นความตั้งใจว่า “โตขึ้นอยากจะเป็นคุณหมอ เพื่อคอยช่วยเหลือคนอื่นๆ”

ปัจจุบันพี่ Ploydee (Ploykawin Chaiyakiat) ศึกษาอยู่ year 13 โรงเรียนนานาชาติ St.Stephen’s International School และได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นนิสิตแพทย์จุฬาฯ จากการสมัคร TCAS63 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามาลองทำความรู้จักกับพี่ Ploydee กัน

 

 

 

ยื่นสมัครแพทย์ที่ไหนบ้าง

พี่ Ploydee ยื่นสมัครไป 5 ที่คือ

  • แพทย์รามาฯ
  • รามาจุฬาภรณ์ (วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์)
  • CICM (Chulabhorn International College of Medicine มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
  • แพทย์จุฬาฯ
  • แพทย์มศว. (โครงการร่วม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ University of Nottingham)

แม้ว่าพี่ Ploydee ผ่านการคัดเลือกรอบแรกทัั้ง 5 ที่ แต่เพื่อการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ที่ดี จึงเลือกสอบสัมภาษณ์แค่ 2 ที่คือ CICM และ แพทย์จุฬาฯ และแน่นอน… พี่ Ploydee ผ่านการสอบสัมภาษณ์ทั้ง 2 ที่เลย

 

ประสบการณ์การสัมภาษณ์

  • CICM จะเน้นความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษและข่าวสารในปัจจุบันจึงต้องเตรียมตัวศึกษาอ่านหนังสือพิมพ์, BBC และ  CNN เป็นประจำทุกเช้าและเย็นเพื่อดูว่ามีข่าวอะไรบ้างที่สำคัญ เน้นข่าวที่เกี่ยวกับวงการแพทย์ และต้องฝึกเขียน Mind Map ตอนสัมภาษณ์อาจารย์จะถามว่าคิดยังไงเกี่ยวกับข่าวต่างๆโดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับ Medical Dilemma (ปัญหาทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีความขัดแย้งกันเองในหลักการของจริยธรรม)
  • แพทย์จุฬาฯจะเน้นสัมภาษณ์เป็นภาษาไทย มีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษแค่นิดหน่อยเท่านั้น คำถามที่ได้รับตอนสัมภาษณ์คือ “หากอยู่ในค่ายนาซี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมกับลูก 2 คน โดยมีลูกคนหนึ่งจะต้องถูกเข้ารมแก๊ส เราจะเลือกใคร?” โดยห้ามเลือกตัวเองและห้ามปฏิเสธ

นอกจากนั้นควรเตรียมสคริปไว้ว่าทำไมถึงอยากเป็นแพทย์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และเตรียมศึกษา portfolio ของตัวเอง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เราภูมิใจที่สุด

 

คะแนนที่ใช้ยื่น มีอะไรบ้าง แล้วได้คะแนนเท่าไร

BMAT: 14.5A (Writing 4A)
SAT Biology: 740
SAT Chemistry: 800
SAT Math Level 2: 800
IELTS: 8.0
GPA 4.0

โอโห… เก่งจริงๆ

 

ใส่ข้อมูลอะไรใน Portfolio บ้าง

แพทย์จุฬาจะเน้นงานวิจัยงาน, วิชาการและจิตอาสา

  • เรื่องงานวิจัยใส่ 2 ผลงานซึ่งมาจากผลงานจากที่ทำที่โรงเรียนโดยเป็นทางด้านจิตวิทยาและด้านชีววิทยา
  • เรื่องงานวิชาการไปร่วมงาน workshop ที่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อต้นปี เมื่อได้ใบ certificate จากการทำงานร่วมกับอาจารย์และพี่ๆนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย จึงนำมาใส่รวมอยู่ใน portfolio
  • ส่วนเรื่องจิตอาสา ได้ตั้งโครงการ us and forest (Instragram @usandforest) เพื่อหาเงินบริจาคให้กับองค์กรในต่างประเทศที่ทำงานช่วยเหลือจากเหตุไฟไหม้ป่าที่อเมซอนและไฟป่าที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อต้นปีที่แล้ว และให้พี่พี่ดาราช่วย promote ซึ่งตอนนี้มีรายได้จากการขายเสื้อเกิน 50,000 บาทแล้ว และกำลังทำเรื่องบริจาคตามองค์กรต่างๆอยู่ นอกจากนี้พี่ Ploydeeเป็นคนชอบวิ่งมาราธอน เลยเอาการวิ่งมาราธอนเพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลต่างๆทั้งในและต่างประเทศมาเป็นส่วนหนึ่งใน portfolio

 

มีเทคนิคการเตรียมตัวสอบอย่างไร

หลายคนคงสงสัยว่าพี่ Ploydee ทำกิจกรรมต่างๆมากมายขนาดนี้ มีเทคนิคการเตรียมตัวสอบให้ได้ GPA 4.0 ได้อย่าไร?

พี่ Ploydee ได้แชร์เทคนิคว่า จะต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ โดยการทำเป็นตารางการดูหนังสือออกมา จัดแบ่งลำดับความสำคัญแล้วเลือกดูหัวข้อที่ไม่ค่อยคล่อง หรือยังสงสัยก่อนเสมอ

  • วิชาที่ต้องท่องจำเช่น Biology จะเขียนสรุปโน้ตที่ได้จากที่ต่างๆ เมื่อได้สรุปโน้ตแล้วก็จะทำความเข้าใจและและเขียนซ้ำจากความจำซ้ำไปซ้ำมาเพื่อความเข้าใจ
  • ส่วนวิชาอื่นๆเช่น Math หรือ Physics ต้องทำ Pastpapers (ข้อสอบเก่า) เยอะๆ เพื่อฝึกฝนให้เกิดความเข้าใจ

 

สอบ IGCSE/ A-Level วิชาอะไรบ้าง แล้วได้คะแนนเท่าไร

IGCSE Math: A*
IGCSE Chemistry: A*
IGCSE Biology: A*
IGCSE Physics: A*
AS Level Biolgoy: A
AS Level Chemistry: A
A-Level: Math: A*

โอโห… เก่งสุดๆ

รู้จัก aimsได้อย่างไร

รูัจักจากเพื่อนๆที่เคยเรียนและเห็นใน Facebook กับ Social Media ต่างๆ ที่ได้เรียนกับครูหลายๆท่าน เช่นได้เรียน Math กับอาจารย์ Sai ตั้งแต่ IGCSE จนถึง  A-Level ซึ่งทำให้เพิ่ม GPAได้เป็นอย่างมากและทำให้ได้ A*มาตลอด

ทีมอาจารย์
Biology (A.Looknoo)
Chemistry (A.Paveena)
Physics (A.Petch)
Math (A.Sai)
IELTS, BMAT Wrting (A.Nut)

 

ใครอยากรู้จักพี่ Ploydee สามารถติดตามพี่ได้ทาง Instragram @pdpc.s