ในอเมริกานั้น ACT กับ SAT เป็นข้อสอบที่ใช้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้เหมือนๆกัน ความนิยมในการสอบไม่ต่างกันมาก แต่ในไทยนั้น SAT ได้รับความนิยมมากกว่าเยอะมาก แต่ในอนาคต ชื่อของ ACT อาจจะได้ยินกันบ่อยขึ้นก็ได้ค่ะ

สาเหตุที่ ACT อาจจะเป็นที่นิยมมากขึ้นในไทย เกิดจากการที่ SAT Subject Tests (SAT II) ถูกยกเลิกการสอบไปในช่วงกลางปี 2564 ทำให้น้องๆที่จะสอบเข้าอินเตอร์ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต้องหาวิชาที่เปิดสอบทั้งเลขและวิทย์กันใหม่ ซึ่ง ACT เป็นข้อสอบที่มีสอบทั้งเลขและวิทย์ในวิชาเดียวพอดี ทำให้น้องๆไม่ต้องไปสอบวิชาอื่นๆอีก จึงคาดว่า ACT จะเป็นที่นิยมในกลุ่มน้องๆที่จะเรียนอินเตอร์สายวิทย์ค่ะ

ส่วนรายละเอียดตามภาพนั้นดีดังนี้ค่ะ

1️⃣ เนื้อหาที่สอบ

SAT จะสอบแค่ 2 ส่วนใหญ่ๆคือ Math และ English โดยข้อสอบจะแบ่งเป็น 4 Section คือ Math จะแบ่งออกเป็นส่วนที่ใช้เครื่องคิดเลขได้และส่วนที่ห้ามใช้เครื่องคิดเลข ส่วน English จะแบ่งออกเป็น Reading (อ่าน Passage และตอบคำถาม) และ Writing (ในส่วน Writing คือไม่ใช่การเขียน แต่เป็นข้อสอบ Grammar ที่ให้เราดูว่าข้อความที่ให้มานั้นเขียนถูกตามหลัก Grammar ไหม) สรุปแล้ว SAT จะแบ่งเป็น 4 Section ตามนี้ค่ะ

Section 1: Reading (65 minutes, 52 questions)
Section 2: Writing (35 minutes, 44 questions)
Section 3: Math – No Calculator (25 minutes, 20 questions)
Section 4: Math – Calculator (55 minutes, 38 questions)

ACT จะสอบใน 3 ส่วนใหญ่ๆคือ Math, English, Science โดยแบ่งข้อสอบออกเป็น 4 Section คือ English จะเหมือน SAT คือมีทั้งทดสอบ Grammar (ใช้ชื่อว่า English Test) และการอ่าน (ใช้ชื่อว่า Reading Test) ส่วน Math กับ Science จะมีอย่างละ 1 Section สรุปแล้ว ACT จะแบ่งเป็น 4 Section ตามนี้ค่ะ

Section 1: English Test (45 minutes, 75 questions)
Section 2: Mathematics Test (60 minutes, 60 questions)
Section 3: Reading Test (35 minutes, 40 questions)
Section 4: Science Test (35 minutes, 40 questions)

2️⃣ คะแนนเต็ม

SAT มีคะแนนเต็ม 1,600 โดยสามารถแบ่งคะแนนออกเป็น 2 ส่วนคือ Mathematics 800 คะแนน และ Reading&Writing 800 คะแนน (นำคะแนนแต่ละส่วนมาบวกกัน จะได้คะแนนเต็ม)

ACT มีคะแนนเต็ม 36 คะแนน โดยในทั้ง 4 ส่วนก็มีคะแนนเต็ม 36 เช่นกัน ซึ่งวิธีคิดคะแนนเต็มไม่ได้นำคะแนนในแต่ละส่วนมาบวกกัน แต่หาค่าเฉลี่ยของคะแนนทุกส่วน (เหมือนกับวิธีคิดคะแนนของ IELTS)

3️⃣ สอบเมื่อไร

SAT เปิดสอบ 5 ครั้งต่อปี ในเดือนที่ 3, 5, 8, 10, 12
ACT เปิดสอบ 7 ครั้งต่อปีในเดือนที่ 2, 4, 6, 7, 9, 10, 12

4️⃣ ค่าสอบ

SAT มีค่าสอบในปี 2564 อยู่ที่ $105 (ประมาณ 3,500 บาท)
ACT มีค่าสอบในปี 2564 อยู่ที่ $168.50 (ประมาณ 5,600 บาท)

5️⃣ จุดเด่น

SAT เป็นที่นิยมในไทยมานาน ดังนั้นจึงมีศูนย์สอบให้เลือกมากมาย ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีเกือบ 30 แห่ง ส่วนในต่างจังหวัดก็มีทั้งภาคเหนือ (เชียงราย, เชียงใหม่) ภาคตะวันออก (ชลบุรี, ระยอง) ภาคใต้ (ภูเก็ต) รวมมากกว่า 10 แห่ง นอกจากนี้หลักสูตรอินเตอร์ต่างๆทั่วไทยยังยอมรับผลสอบ SAT กันอย่างแพร่หลาย คือสอบ SAT วิชาเดียว สามารถยื่นสมัครได้หลายแห่งเลยทีเดียว

ACT นั้นมีจุดเด่นตรงที่สอบทั้งอังกฤษ-เลข-วิทย์ในวิชาเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับหลักสูตรอินเตอร์ที่ต้องการผลทั้งหมดนี้ เช่น ทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้น้องๆสามารถสอบ ACT วิชาเดียวและยื่นผลได้เลย (ลองเช็ค Requirements อีกครั้งก่อนสมัคร)

 

หวังว่าจะได้เห็นภาพของทั้ง 2 วิชาชัดขึ้นนะคะ ส่วนใครจะเลือกสอบวิชาไหนก็ลองตัดสินใจดู หรือลองมาปรึกษาพี่ๆที่ aims ดูก่อนได้ค่ะ จะได้วิเคราะห์ทั้งข้อดี-ข้อเสียของการสอบแต่ละวิชาเพื่อที่จะเลือกวิชาที่เหมาะกับเราที่สุดค่ะ โดยติดต่อได้ที่ LINE @aims2 หรือ 02-254-9300 (พี่มหา, พี่ต้น)/ 02-644-9620 (พี่ป็อป)หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.aims.co.th