BBA CU หลักสูตรยอดฮิตสำหรับนักธุรกิจในอนาคต
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลักสูตรในใจของน้องๆ หลายๆคน อันดับต้นๆ ต้องมี Business Administration (BBA) โดยเฉพาะ BBA ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย BBA จุฬาฯ มีสถิติที่น่าสนใจดังนี้
✏️ เป็นหลักสูตรอินเตอร์ระดับปริญญาตรีหลักสูตรแรกของจุฬาฯ (เปิดในปี 2539)
✏️ เป็นหลักสูตรที่ต้องการคะแนน SAT สูงสุดในไทยมายาวนานเกิน 10 ปี ซึ่งคะแนนเฉลี่ย SAT ของ BBA จุฬาฯนั้นใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยระดับ Top 30 ในอเมริกาหลายแห่งเลยทีเดียว
วันนี้พี่เลยจะพาน้อง ๆ มาทำความรู้จักกับหลักสูตรอินเตอร์ฯ ยอดฮิต อย่าง BBA ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มากขึ้นกัน BBA จุฬาฯ คืออะไร เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง? เรียนจบไปสามารถไปทำอะไรต่อได้บ้าง?
1
ลักษณะของหลักสูตร
หลักสูตร BBA จุฬาฯ นั้น อยู่ในหน่วยงานที่รู้จักกันในระดับสากลก็คือ Chulalongkorn Business School (CBS) ซึ่งสังกัดคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ นั่นเอง โดยในช่วงปี 1 ทุกคนจะเรียนวิชาคล้ายๆกัน และจะเริ่มเลือกสาขา (Major) หลังจบปี 1 และเรียนในสาขาที่ตนเลือกตั้งแต่ปี 2-4 ซึ่งไม่ว่าจะเลือกสาขาไหนจะต้องเรียนวิชาพื้นฐานการทำธุรกิจประมาณ 90 หน่วยกิต และค่อยเรียนวิชาของสาขาที่เลือกประมาณ 50 หน่วยกิต โดยวิชาพื้นฐานที่นิสิต BBA จุฬาฯทุกคนต้องเรียนจะครอบคลุมความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เช่น Accounting (3 คอร์ส), Economics (2 คอร์ส), Law (3 คอร์ส), Statistics (2 คอร์ส), Finance (1 คอร์ส), Marketing (1 คอร์ส) เป็นต้น
สาขา (Major) ที่นิสิตต้องเลือกตอนใกล้เรียนจบปี 1 และเรียนในช่วงปี 2-4 มีอยู่ 4 สาขาด้วยกัน
1. บัญชี (Accounting) เป้าหมายสูงสุดของการเรียนสาขาบัญชีคือเป็น Auditor หรือผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งเป็นอาชีพที่ถูกจัดว่ามั่นคงและมีโอกาสตกงานต่ำมาก เนื่องจากทุกบริษัทฯจะต้องมีการส่งงบการเงินในทุกๆปีให้กับรัฐบาลเพื่อคำนวณภาษี ซึ่ง Auditor จะเป็นผู้ตรวจสอบและเซ็นรับรองงบการเงิน ทั้งนี้การจะเป็น Auditor ที่เซ็นรับรองงบการเงินได้จะต้องผ่านการสอบที่เรียกว่า CPA ซึ่งผู้สอบจะต้องจบปริญญาตรีสาขาบัญชีเท่านั้น (และต้องมีประสบการณ์ทำงานสอบบัญชีอย่างน้อย 3 ปีและผ่านการสอบ จึงจะได้ใบ CPA มาครอง) ด้วยคุณสมบัติที่เข้มงวดนี้ทำให้คนที่เป็น Auditor มีจำกัดและแทบไม่มีโอกาสตกงานเลย ดังนั้นใครอยากเป็น Auditor จะต้องเรียนสาขานี้ ซึ่งวิชาที่เรียนก็จะเป็นวิชาเกี่ยวกับการบัญชีในขั้นสูง ภาษี และการใช้ซอฟแวร์หรือโปรแกรมด้านการบัญชี ทำให้รวมๆแล้วต้องเรียนวิชาด้านบัญชีเพิ่มอีกประมาณ 10 คอร์สนอกเหนือจากวิชาพื้นฐานด้านบัญชีที่ทุกสาขาของ BBA ต้องเรียนอยู่แล้ว 3 คอร์ส
2. ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Management) จะแบ่งเป็นอีก 3 สาขาย่อยคือ
2.1 Digital Business Management เป็นสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ในปี 2023 เพื่อตอบสนองกับ “trend” การทำธุรกิจแบบดิจิทัลหรือธุรกิจ e-commerce เช่น Online Shopping, Online Food Delivery ซึ่งเติบโตขึ้นมากและมีศิษย์เก่าไปทำงานในสายงานนี้มากมาย แต่ยังไม่มีสาขาที่เรียนเพื่อตอบโจทย์สายงานนี้แบบตรงๆ โดยสาขา Digital Business Management มีการเพิ่มคอร์สที่จำเป็น เช่น การใช้ซอฟแวร์หรือโปรแกรมจัดการข้อมูล เช่น Database, Python for Data Analytics, Development of Information Systems for Electronic Commerce เรียกได้ว่าเพิ่ม skill ด้าน Data Analysis กันเต็มๆทีเดียว
2.2 Financial Analysis and Investment เรียนเกี่ยวกับการลงทุนให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางด้านการประเมินการลงทุนซึ่งต้องใช้ความรู้ในหลายๆด้าน เช่น คณิตศาสตร์, เครื่องมือทางการเงิน, ความเข้าใจงบการเงิน เรียกว่าใครที่ไม่ชอบตัวเลขและการคำนวณอาจจะไม่เหมาะกับสาขานี้ ตัวอย่างวิชาที่เรียน เช่น Financial Econometrics, Principle of Investment, Principle of Equity Analysis, Analysis of Financial Reports, Financial Derivatives เป็นต้น
2.3 Brand and Marketing Management เรียนเกี่ยวกับการตลาดในทุกแง่มุม ซึ่งนำความรู้มาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือชื่อเสียงให้กับแบรนด์ ตัวอย่างวิชาที่เรียน เช่น Consumer Behavior, Marketing Research, Pricing, Marketing Strategy, Brand Building and Development, Integrated Brand and Marketing Communication เป็นต้น
2
Exchange Program
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของหลักสูตร BBA จุฬาฯ คือ Exchange Program ที่มีให้เลือกมากกว่า 80 มหาวิทยาลัยใน 4 ทวีปทั่วโลก รวมถึงมหาวิทยาลัยยอดนิยม เช่น New York University, University of North Carolina at Chapel Hill , University of Southern California, University of Exeter, University of Melbourne, National University of Singapore เป็นต้น โดยนิสิตสามารถไปแลกเปลี่ยนได้ 1 ภาคการศึกษาในช่วงปีที่ 3 จะเป็นภาคต้น (Fall) หรือภาคปลาย (Spring) ก็ได้ โดยต้องมีผล TOEFL 79 ขึ้นไป/ IELTS 6.5 ขึ้นไป (สำหรับ IELTS ใช้ได้เฉพาะการยื่นสมัครไปแลกเปลี่ยนที่อังกฤษเท่านั้น) และมีผล GPAX ไม่ต่ำกว่า 2.50 ซึ่งมหาวิทยาลัยคู่สัญญาจะรับนิสิตรอบละ 1-4 คน โดยในปีการศึกษา 2023 โครงการ Exchange Program เปิดรับรอบละมากกว่า 150 คนเลยทีเดียว
3
ช่วงชีวิตในวัยเรียน
แม้หลักสูตร BBA จะเป็นหลักสูตรนานาชาติ แต่ก็มีการทำกิจกรรมร่วมกับหลักสูตรไทยของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีด้วย เช่น การแบ่งนิสิตของออกเป็น “กรุ๊ป” และทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ส่วนใหญ่นิสิต BBA จะทำกิจกรรมภายในกันเอง รวมไปถึงการมี “พี่รหัส” เพื่อช่วยเหลือและให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ หากไม่มีเรียนก็มีสถานที่ให้พบปะพูดคุยกัน เช่น CBS Lounge ซึ่งเป็นทั้ง Café, Minimart ตลอดจนห้องประชุมและสถานที่ที่มีอุปกรณ์อย่าง Smart Screen, LED Display, ไมค์, ลำโพง และที่นั่งพักผ่อน-อ่านหนังสือ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 7 โมงไปจนถึง 5 ทุ่มในช่วงใกล้สอบเลยทีเดียว หรือจะเดินไปจามจุรีสแควร์-สามย่านมิตรทาวน์ก็อยู่ใกล้ๆ แถมมี MRT สามย่านซึ่งอยู่ห่างจากคณะเพียง 100 เมตรเป็นทางเลือกในการเดินทาง หรือหากอยากไปเดินเล่นที่สยามก็สามารถนั่ง CU Shuttle Bus หรือ “รถป๊อป” ไปได้สบายๆจากป้ายหน้าสถาบันภาษาซึ่งห่างจากคณะเพียง 100-200 เมตร แถมติดตามรถผ่านแอพ ViaBus เพื่อวางแผนก่อนไปรอรถที่ป้ายได้อีกด้วย
ใครสนใจกิจกรรมนอกห้องเรียนก็มี “ชมรม” ให้เลือกมากมาย เช่น
Case Club ให้นิสิตมาฝึกทำ Case Study ทางธุรกิจ โดยจะมีการสอนวิธีการวิเคราะห์ไปจนถึงการพรีเซนท์ และจะมีการจัดแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยทุกปี ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ โดยทาง BBA จุฬาฯจะส่งตัวแทนสลับกันไปแข่งตามทวีปต่างๆทั่วโลก
Lakorn BBA Chula เป็นชมรมการละครและเปิดแสดงใหญ่ทุกปี
BBA Rural Project (ค่ายอาสาพัฒนาชนบท)
CBS Chula International Department จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยให้นิสิตต่างชาติที่มา Exchange Program ที่ BBA จุฬาฯ ได้ปรับตัวและได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีในไทย
BBA Chula Camp เพื่อให้น้องๆที่สนใจเรียนที่ BBA จุฬาฯ ได้มารู้จักหลักสูตรและประสบการณ์เรียนจากนิสิตปัจจุบัน
4
จบไปทำงานอะไรได้บ้าง
นอกจากเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวแล้ว บัณฑิตจาก BBA สามารถไปต่อในสายอาชีพได้ดังนี้
1. บัญชี (Accounting) เป้าหมายสูงสุดของสาขาบัญชีคือการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Auditor) ซึ่งต้องมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปีและผ่านการสอบ CPA โดยจะมี 4 บริษัทชื่อดังด้านบัญชีระดับโลก (Big 4) เป็นเป้าหมายหลัก ได้แก่
✏️ Deloitte
✏️ Ernst & Young (EY)
✏️ PricewaterhouseCoopers (PwC)
✏️ Klynveld Peat Marwick Goerdeler (KPMG)
หากสามารถเข้าทำงานในบริษัทเหล่านี้มานานพอและมีผลงานน่าประทับใจ ก็มีโอกาสได้รับการเลือกให้เป็น Partner หรือหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากจากส่วนแบ่งรายได้ของบริษัทฯด้วย (หน่วยงานใหญ่ๆระดับท็อปในไทยมักใช้บริการตรวจสอบบัญชีจากหนึ่งในสี่ของ “Big 4” ซึ่งมีค่าตรวจบัญชีสูงมาก) นับเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเรียนสาขาบัญชีของหลายๆคน นอกเหนือจากการเปิดสำนักบัญชีของตัวเอง แต่หากไม่ต้องการ/ ไม่ผ่านการสอบ CPA ก็สามารถเป็นนักบัญชีได้อยู่ แต่ไม่สามารถเซ็นอนุมัติงบการเงินได้ ซึ่งค่าตอบแทนจะน้อยลงมาก นอกจากนี้ยังสามารถทำงานด้านสินเชื่อ วิเคราะห์งบการเงิน ได้อีกด้วย
2. Digital Business Management สามารถประกอบธุรกิจด้านดิจิทัลได้หลากหลาย เช่น UX/ UI Designer (ออกแบบเว็บไซท์และแอพลิเคชั่นให้มีความโดดเด่นและเป็นมิตรกับผู้ใช้) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ผู้จัดการบัญชีหลัก ผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล จากการนำความรู้ด้าน Data Analysis มาวิเคราะห์และนำไปใช้ประโยชน์ต่อการตลาดและการขายได้หลากหลาย
3. Financial Analysis and Investment งานด้านการเงินมี Career Path ที่หลากหลาย เช่น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่นำความรู้ไปประเมินราคาของหุ้นเพื่อตัดสินใจว่าควรซื้อหรือขายเมื่อไรเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด, ผู้จัดการกองทุนที่มีหน้าที่ตัดสินใจซื้อ-ขายหุ้นในกองทุนต่างๆ, วาณิชธนากร (Investment Banker) ที่ให้คำปรึกษาเรื่องการรวบรวมและซื้อขายกิจการ การปรับโครงสร้างหนี้ การระดมทุนในตลาดหุ้น ตลอดจนทำงานในธนาคารและสถาบันการเงิน เช่น งานด้านสินเชื่อ งานด้านประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ที่ดูแลเรื่องการเงินการลงทุนทั้งหมด
4. Brand and Marketing Management นำความรู้ด้านการตลาดไปทำงานได้หลากหลาย เช่น ผู้จัดการโซเชียลมีเดีย ผู้จัดการงานอีเว้นท์ นักเขียนคำโฆษณา มีเดียแพลนเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ นักวิเคราะห์วิจัยการตลาด ผู้จัดการอีคอมเมิร์ซ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผู้จัดการแบรนด์ ผู้จัดการ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึงประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ที่ดูแลเรื่องการตลาดทั้งหมด
>> รู้หรือไม่? <<
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นมา มีนักเรียน aims สอบติดหลักสูตรอินเตอร์จุฬาฯมากกว่าปีละ 200 คนทุกปี โดยหลักสูตรยอดนิยมอย่าง BBA และ EBA มีนักเรียน aims สอบติดเฉลี่ยปีละมากกว่า 50 คน/หลักสูตร ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา
::: เริ่มต้นเตรียมตัวเป็นนิสิตจุฬาฯตั้งแต่วันนี้
1. สอบถาม/ วางแผนการเรียนได้ที่ LINE @aims2 หรือโทร 02-254-9300
2. ทำ SIM Test เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเรียน/ ก่อนสอบจริง วิชา SAT, IELTS ฯลฯ ดูตาราง SIM ที่นี่
3. มาตรวจสอบ Requirements ปีล่าสุด ได้ที่นี่