ISE CU: ผลิตวิศวกรตามความต้องการของโลก
คณะวิศวกรรมศาสตร์ถือเป็น 1 ใน 4 คณะก่อตั้งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและถือเป็นคณะที่มีนิสิตมากที่สุดคือ ประมาณ 6,000 คน ปัจจุบันมีภาควิชาที่เปิดสอนทั้งสิ้น 17 สาขาวิชาโดยภาควิชาที่ถือว่าเป็นการพัฒนาที่สําคัญอย่างหนึ่งของคณะ คือภาควิชา International School of Engineering (ISE) ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2548
1
ลักษณะของหลักสูตร
ภาควิชา ISE เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติในระดับปริญญาตรี 5 หลักสูตรได้แก่
1. Aerospace Engineering (AERO) หลักสูตรนนี้ถือกําเนิดขึ้นจากการที่รัฐบาลไทย ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายการบินใหม่ๆได้ถือกําเนิดขึ้นมากมาย นอกจากนั้น การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินขาเข้า-ขาออกทั้งภายนและระหว่างประเทศ ก็เพิ่มขึ้นตามความต้องการในเชิงธุรกิจการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงมีความจําเป็นที่จะต้องพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการซ่อม บํารุงเครื่องบิน ให้เพียงพอ ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ เพราะการจ้างบริษัทต่างชาติมาทําการซ่อมบํารุงให้นั้นมีค่าใช้จ่ายสูง การผลิตบัณฑิตขึ้นมาเองจึงเป็นทางเลือกที่ดี และเนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายใหม่ชื่อ “พ.ร.บ. กิจการอวกาศฯ” ซึ่งมีผลในปี 2564 จากการเติบโตของความต้องการใช้ดาวเทียมที่มากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนด้านอวกาศอย่างมากมาย ทางหลักสูตร AERO จึงมีการเพิ่มวิชาด้านอวกาศเข้าไปในการปรับปรุงหลักสูตรในปี 2566 เช่น วิชา Rocket Propulsion, Introduction to Space environment and Space mission เป็นต้น
2. Automotive Design and Manufacturing, and Electric Vehicle Engineering (ADME-V) หากการตั้งหลักสูตร AERO เพื่อต้องการเป็นศูนย์กลางทางการบินย่านอาเซียน การตั้ง ADME-V ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั้นคือ การจะพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออก ซึ่งการที่จะมีขีดความสามารถขนาดน้ันจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ท้ังในด้านการออกแบบ การประกอบ ไปจนถึงการบริหารจัดการในหลายๆเรื่องอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือทางหลักสูตรได้เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตรถยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine) เป็นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ที่ประเทศไทยก็วางเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านเพื่อเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าด้วย ทางหลักสูตรจึงมีการเปลี่ยนชื่อจากเดิม ADME เป็น ADME-V และมีการเพิ่มวิชาที่จำเป็นสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอนาคตเข้ามาด้วย เช่น Digital System and IoT in Automotive Technology, Introduction to Artificial Intelligence เป็นต้น
3. Information & Communication Engineering (ICE) หลักสูตรนี้เป็นการรวม 3 สาขาวิชาทางวิศวกรรมศาสตร์อันได้แก่ Computer Engineering, Electrical Engineering และ Industrial Engineering เข้าด้วยกัน บัณฑิตจะสามารถทำงานเกี่ยวกับ IT ได้อย่างหลากหลาย เช่น Software on Mobile Devices, Satellite Communication, Game Programming, Computer Networking หรือ Software Engineering ซึ่งเป็นตลาดงานที่ถูกต้องการอย่างไม่จำกัดในอนาคตข้างหน้า
4. Nano Engineering (NANO-Bio) สายวิศวจุลภาค จะเป็นสาขาที่เน้นการพัฒนาและประยุกต์เครื่องมือ รวมไปถึงเทคโนโลยี ย่อส่วนให้มีขนาดเล็กเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานในกิจกรรมหรืออุตสาหกรรมต่างๆได้ นิสิตที่เลือกเรียน NANO-Bio จะสามารถเลือก Major ที่ตัวเองถนัดได้ โดย 2 สายที่สามารถเลือกได้คือ
- Bioengineering Major: วิชาที่นิสิตสาขานี้ต้องเรียน จะต่างจาก Major อื่นพอสมควร เพราะต้องเรียน Biology ค่อนข้างมาก เป็นสาขาทางวิศวกรรมศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในแนววิศวกรรมการแพทย์ เช่น การสร้างเครื่องมือทางการแพทย์หรืออวัยวะเทียมใหม่ๆ
- Advanced Material Engineering: สาขานี้จะเน้นพัฒนาคุณภาพของวัสดุดิบ เช่น โลหะ เซรามิค สิ่งทอ พลาสติค ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มคุณประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม
5. Robotics and Artificial Intelligence Engineering (Robotics AI) ถือเป็นสาขาล่าสุดที่ ISE เปิดรับนิสิตในปี 2561 จากแนวโน้มความต้องการบุคลากรทางด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ต้องการให้เครื่องจักรมีความสามารถในการเรียนรู้และแก้ปัญหาได้เอง สาขานี้จะเป็นการเรียนผนวกกัน ระหว่าง Mechanical Engineering / Electrical Engineering / Computer / System / Mechatronics Engineering โดยจุดมุ่งหมายเพื่อเน้นการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อการทำงานในภาคอุตสาหกรรมให้มีความแม่นยำ รวดเร็วและมีประสิทธภาพสูงขึ้น
2
ชีวิตในช่วงวัยเรียน
หลักสูตร ISE มีทางเลือกใน Exchange Program เกือบ 30 แห่งใน 12 ประเทศ เช่น Dartmouth College (มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League) Peking University (มหาวิทยาลัยระดับชั้นนำของจีนและโลก) โดยเลือกไปเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา และควรมีผล GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00
ที่ตั้งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์กลางของจุฬาฯ จึงมีสถานที่ต่างๆ เช่น ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หอประชุมจุฬาฯ สถาบันภาษา อยู่ไม่ไกล ใครอยู่คณะแล้วรู้สึกเบื่อ จะเดินไปจามจุรีสแควร์-สามย่านมิตรทาวน์ก็อยู่ใกล้ๆ แถมมี MRT สามย่านซึ่งอยู่ห่างจากคณะไม่ไกลเป็นทางเลือกในการเดินทาง หรือหากอยากไปเดินเล่นที่สยามก็สามารถนั่ง CU Shuttle Bus หรือ “รถป๊อป” ไปได้สบายๆ แถมติดตามรถผ่านแอพ ViaBus เพื่อวางแผนก่อนไปรอรถได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องทุนการศึกษาที่มีให้เลือกทั้งแบบ 100% ของค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับผู้ที่สมัครรอบ Early Admission และ 50% ของค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับผู้ที่สมัครรอบ Admission โดยต้องสมัครและผ่านการทดสอบวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นทุนสำหรับนิสิตปี 1 ส่วนนิสิตที่ต้องการได้ทุนต่อในปี 2-4 จะต้องทำ GPA ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 3.25 สำหรับทุน 50% และไม่ต่ำกว่า 3.60 สำหรับทุน 100%
3
จบไปทำงานอะไรได้บ้าง
บัณฑิตจาก ISE สายงานที่สามารถประกอบอาชีพได้ จะเป็นอาชีพตามสาขาที่เรียนมา เช่น Programmer / วิศวกรชีวการแพทย์ / นักพัฒนาวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม / วิศวกรยานยนต์-เครื่องบิน / วิศวกรปัญญาประดิษฐ์ แต่สิ่งที่บัณฑิตจากคณะนี้จะได้เปรียบกว่าคนอื่นๆคือ ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารกับองค์กรต่างชาติซึ่งมักเป็นจุดอ่อนของวิศวกรไทยในอดีต
>> รู้หรือไม่? <<
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นมา มีนักเรียน aims สอบติดหลักสูตรอินเตอร์จุฬาฯมากกว่าปีละ 200 คนทุกปี
::: เริ่มต้นเตรียมตัวเป็นนิสิตจุฬาฯตั้งแต่วันนี้
1. สอบถาม/ วางแผนการเรียนได้ที่ LINE @aims2 หรือโทร 02-254-9300
2. ทำ SIM Test เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเรียน/ ก่อนสอบจริง วิชา SAT, IELTS ฯลฯ ดูตาราง SIM ที่นี่
3. มาตรวจสอบ Requirements ปีล่าสุด ได้ที่นี่