BISTech CU นำความรู้วิทย์ไปสู่การผลิตในอุตสาหกรรม

 

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มีหลักสูตรอินเตอร์แล้ว 2 หลักสูตร คือ BSAC (Applied Chemistry) และ BBTech (Biotechnology) และในปี 2567 มีหลักสูตรใหม่ที่ชื่อ BISTech มีจุดเด่นอะไร? แตกต่างจาก 2 หลักสูตรยังไง?

1

ลักษณะของหลักสูตร

สำหรับหลักสูตร BISTech (Industrial Science & Technology) เปิดรับนิสิตเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2567 (TCAS68) มีลักษณะเด่น คือนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม (Processes) โดยมีการเสริมทักษะของผู้ประกอบการ (Entrepreneur) เข้าไปด้วย ทำให้บัณฑิตมีความรู้ ความเข้าใจรอบด้านในกระบวนการผลิต ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการ

หลักสูตรของ BISTech ถูกออกแบบให้เป็น “Cooperative education” หรือการเรียนแบบสหกิจศึกษาที่ “ผสมผสาน” ระหว่างความรู้ในห้องเรียนกับโลกแห่งการทำงานจริง โดยนิสิตทุกคนมีโอกาสออกไปทำงานจริงในอุตสาหกรรมที่สนใจ ฝึกงานเก็บประสบการณ์เป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา นิสิตสามารถเลือกเรียนรายวิชาเลือกในกลุ่มวิชาที่จะตอบโจทย์การทำงาน โดยมีให้เลือก 4 อุตสาหกรรม (Industry) ได้แก่

1. Chemical-Technology Industry เป็นสาขาวิชาที่นำความรู้ของหลายศาสตร์มาผนวกเข้าด้วยกัน ได้แก่ Chemistry, Physics และ Biology เพื่อสร้างกระบวนการผลิตในการรองรับนวัตกรรมทางวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ขึ้นมา เช่น ปิโตรเคมีหรือพลาสติกชนิดใหม่ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การผลิตเพื่อความยั่งยืน ซึ่งต้องใช้ทักษะรอบด้านในแง่ความเข้าใจในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เกิดจากเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตเชิงอุตสาหกรรม บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ในด้านเศรษฐกิจ, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังต้องคาดการณ์ถึงความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคตอีกด้วย

2. Food-Technology Industry เป็นสาขาวิชาที่นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร (Food Science) ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านเคมีและโภชนาการของอาหาร จุลชีววิทยาทางอาหาร และกระบวนการแปรรูปอาหาร มาประยุกต์ใช้จริง เพื่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารชนิดใหม่ๆ ในบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ทำให้ได้อาหารที่มีคุณภาพดี และเก็บรักษาได้นาน นอกจากนิสิตจะได้เรียนหลักการพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแล้ว ยังมีวิชาเลือกอื่นๆ เช่น การออกแบบโรงงาน ออกแบบกระบวนการแปรรูป และออกแบบผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย

3. Imaging and Printing-Technology Industry เป็นสาขาวิชาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางภาพและการพิมพ์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่แสง สี การมองเห็น จนไปถึงกระบวนการจัดการภาพ เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งการผลิตการแพทย์ และสื่อมัลติมีเดีย นอกจากนี้ยังมีการเรียนการสอนด้านการพิมพ์ ที่ประยุกต์ร่วมกับวิทยาการด้านบรรจุภัณฑ์ ที่นอกจากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าแล้ว ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้งานด้วยบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนโลก และเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้นได้

4. Materials-Technology Industry เป็นสาขาวิชาที่มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยด้านโครงสร้างเคมี กระบวนการสังเคราะห์ การผลิต และการตรวจสอบสมบัติของวัสดุหลากหลายประเภท ทั้งพอลิเมอร์ เซรามิก และคอมพอสิต เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เช่น พลาสติก สิ่งทอ วัสดุก่อสร้าง วัสดุทางการแพทย์ วัสดุพลังงานและสิ่งแวดล้อม วัสดุเคลือบผิว และเซนเซอร์ โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรมวัสดุคุณภาพสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG อีกทั้งพัฒนาวัสดุให้มีสมบัติพิเศษสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น วัสดุน้ำหนักเบาสำหรับอากาศยาน แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า วัสดุกึ่งตัวนำและจอแสดงผลที่ยืดหยุ่นได้ วัสดุชีวการแพทย์ที่เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ และบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสาขาวิชาฯ ในการสร้างสรรค์วัสดุเพื่อแก้ปัญหาท้าทายของโลก

2

ความแตกต่างของ BSAC, BBTech, BISTech

หลักสูตร BSAC, BBTech, และ BISTech ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยแต่ละหลักสูตรมีเนื้อหาที่มุ่งเน้นต่างกัน

BSAC เน้นด้านการบูรณาการความรู้ เทคโนโลยี และทักษะทางเคมี รวมทั้งการจัดการ ธุรกิจ และการเสริมสร้างประสบการณ์ในการแก้ปัญหาจริงในสังคม

BBTech บูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีชีวภาพในสัตว์ พืช จุลินทรีย์ สิ่งแวดล้อม อาหาร ทะเล bioinformatics และการจัดการด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

BISTech เน้นด้านการบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการในเชิงอุตสาหกรรม ในระดับสากล

เมื่อจบจากหลักสูตร BSAC, BBTech และ BISTech บัณฑิตจากแต่ละหลักสูตร จะออกไปทำงานทางด้านใด? บัณฑิตที่จบมาจะมีความเชี่ยวชาญ และมีทักษะที่แตกต่างกันไปตามสาขาที่เรียนมา ขอยกอุตสาหกรรมอาหาร การทำงานในอุตสาหกรรมอาหารของบัณฑิตจากแต่ละหลักสูตร เป็นตัวอย่าง  ดังนี้

BSAC สามารถทำงานที่ใช้ความรู้และทักษะทางด้านเคมีมาช่วยในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร, ทำงานด้านการวิจัยพัฒนาเพื่อปรับปรุงคุณภาพและเสริมสร้างความยั่งยืน เช่น การหาสารเคมีเติมแต่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของอาหาร การพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์อาหาร มีความปลอดภัย ย่อยสลายได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, ทำงานด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร เช่น การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ หรือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบฉลาดที่ช่วยบ่งบอกคุณภาพอาหาร, ทำงานด้านการวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาชนิดและปริมาณของสารองค์ประกอบต่าง ๆ ในอาหาร, ทำงานด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและออกแบบดูแลความปลอดภัยด้านเคมีในอุตสาหกรรม

BBTech สามารถทำงานเป็น นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพได้ในหลากหลายสาขา ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ โดยใช้ความรู้ด้าน molecular genetics และ genetic engineering รวมถึงด้านการแปรรูปวัตถุดิบทางชีวภาพสู่การผลิตอาหาร และยังสามารถประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ในการผลิตอาหารและส่วนผสมของอาหาร เช่น ใช้จุลินทรีย์ในกระบวนการหมัก ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น เบียร์ ไวน์ ชาคอมบูฉะ ชีส โยเกิร์ต เป็นต้น โดยบัณฑิตที่จบไปสามารถทำงานด้านวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมเพื่อยกระดับสุขภาพและความยั่งยืน

BISTech สามารถทำงานที่บูรณาการความรู้ การใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ตั้งแต่เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร จนถึงเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการ เศรษฐศาสตร์และบัญชี จึงทำให้เข้าใจภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างครอบคลุม เช่น ผู้ประกอบการเชิงเทคโนโลยีนวัตกรรม นักจัดการคุณภาพและความปลอดภัย นักวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมอาหาร การจัดการ supply chain การจัดการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติ โดยมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย ลดต้นทุน ตลอดจนปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืน เพื่อสร้างความปลอดภัยและคุณภาพที่ตอบโจทย์ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

3

จบไปทำงานอะไรได้บ้าง

ในสาวนของ BISTech สายงานในอนาคตหลังเรียนจบจะค่อนข้างกว้าง บัณฑิตสามารถเข้าทำงานในบริษัทภาคอุตสาหกรรมใหญ่ๆได้ เช่น

1. Chemistry / Material Technology

มีบริษัทใหญ่ๆมากมายที่มีความต้องการในการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ เช่น

  • PTTGC
  • SCG
  • IVL
  • TPC
  • VinyThai
  • IRPC
  • TOC
  • Aditya Birla
  • Thai Polyethylene
  • Mitr Phol Group
  • Indorama Ventures
  • Thai Toray Synthetics
  • Bangkok Synthetics

2. Food Technology 

มีบริษัทใหญ่ๆมากมายที่มีแผนกทั้ง R&D, Animal & Plant technology, Cultivation เช่น

  • CPF
  • Thai Union Group
  • Minor Food Group
  • ThaiBev
  • S&P Syndicate

3. Imaging and Printing Technology 

มีบริษัทใหญ่ๆมากมายในอุตสาหกรรมนี้ เช่น

  • Canon Marketing
  • HP Inc.
  • Epson Thailand
  • Fuji Xerox
  • Ricoh
  • Brother Commercial
  • Konica Minolta
  • Heidelberg Graphics
  • Kodak
  • Thai Summit Group
  • SCG
  • TPBI

 

*ขอขอบคุณรองศาสตราจารย์ ดร.รจนา พรประเสริฐสุข สำหรับความกรุณาในการให้ความรู้และข้อมูลใน blog เพื่อประโยชน์กับผู้ที่สนใจค่ะ


>> รู้หรือไม่? <<
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นมา มีนักเรียน aims สอบติดหลักสูตรอินเตอร์จุฬาฯมากกว่าปีละ 200 คนทุกปี

::: เริ่มต้นเตรียมตัวเป็นนิสิตจุฬาฯตั้งแต่วันนี้

1. สอบถาม/ วางแผนการเรียนได้ที่ LINE @aims2 หรือโทร 02-254-9300
2. ทำ SIM Test เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเรียน/ ก่อนสอบจริง วิชา SAT, IELTS ฯลฯ ดูตาราง SIM ที่นี่
3. มาตรวจสอบ Requirements ปีล่าสุด ได้ที่นี่

 

🔥 ปรึกษาเรื่องการเรียนได้ฟรี! ที่

 

@aims2