IGCSE

หลักสูตรระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนนานาชาติที่ใช้ระบบอังกฤษ
มีวิชาต่างๆให้สามารถเลือกเรียนได้มากมาย
ได้เรียนรู้วิชาต่างๆและค้นหาความชอบ
เพื่อที่จะเรียนเฉพาะวิชาเหล่านั้นในระดับที่สูงขึ้น

 

ผู้สอบสามารถเลือกทำข้อสอบวัดความรู้ในเนื้อหาวิชาแบบ Core (พื้นฐาน) หรือ แบบ Extended (ขั้นสูง) เพื่อให้สอดคล้องกับความรู้ของผู้สอบที่แตกต่างกัน โดยผู้สอบที่เลือกสอบแบบ Core จะได้เกรด C, D, E, F หรือ G เท่านั้น ในขณะที่ผู้สอบที่เลือกสอบแบบ Extended จะได้เกรดตั้งแต่ A*, A, B, C, D, E, F หรือ G

การที่จะเรียนให้จบในระดับ High School นอกจากผลสอบ IGCSE แล้ว ยังต้องมีผลสอบ A-Level หรือ IB Diploma ประกอบด้วย โดยดูหลักเกณฑ์ในการเทียบวุฒิได้ที่นี่

 

สมัครสอบ IGCSE ได้ที่ไหน?

1. โรงเรียนนานาชาติที่ใช้ระบบอังกฤษ  แต่ข้อแม้คือต้องเป็นนักเรียนของโรงเรียนนั้น คนนอกไม่อนุญาตให้สอบ ยกเว้น Harrow International School และ Satit Bilingual School of Rangsit University ที่อนุญาตให้คนนอกที่ไม่ได้เป็นนักเรียนของโรงเรียนเข้าไปสอบได้

2. บริติช เคาน์ซิล ประเทศไทย อยู่ที่สยามสแควร์ (ตึกศูนย์หนังสือจุฬาฯ) โทรศัพท์ 02 657 5678

ตรวจสอบวันสอบและการรับสมัครได้ที่นี่

ผลสอบ IGCSE สำคัญต่อการสมัครเรียน
มหาวิทยาลัยไหม?

โดยทั่วไปแล้ว IGCSE เป็นการปูพื้นฐานเบื้องต้นของแต่ละวิชา ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญเพราะหากพื้นฐานไม่แน่น จะทำให้มีปัญหากับการเรียนในระดับที่สูงขึ้น เช่น A-Level, IB Diploma หรือการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แม้ว่าการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยจะมุ่งความสำคัญไปที่ผลสอบ A-Level หรือ IB Diploma มากกว่า แต่ก็ควรทำผลสอบ IGCSE ให้ดีที่สุด

IGCSE Examination Board
(เช่น CIE, Edexcel, AQA) คืออะไร?

การสอบ IGCSE นั้นมีหน่วยงานที่กำหนดเนื้อหาในการเรียนและออกข้อสอบอยู่หลายหน่วยงานด้วยกัน โดยหน่วยงานที่มักจะได้ยินบ่อยๆคือ

1. Cambridge International Examination (CIE)
2. Edexcel
3. OxfordAQA

ในประเทศไทย การจัดสอบในโรงเรียนนานาชาติต่างๆ รวมถึงการจัดสอบโดย British Council มักนิยมใช้ข้อสอบจากหน่วยงานแรก (CIE) มากที่สุด อย่างไรก็ตาม แต่ละโรงเรียนสามารถเลือกข้อสอบจากคนละ Examination Board มาให้นักเรียนได้ เช่น ทางโรงเรียนมีวิชาให้เลือก 10 วิชา โดย 8 วิชาเลือกใช้ข้อสอบจาก CIE ส่วนอีก 2 วิชาเลือกใช้ข้อสอบจาก Edexcel ดังนั้นนักเรียนจึงควรตรวจสอบให้ดีว่าวิชานั้นใช้เนื้อหาจาก Examination Board ใด เพราะแม้จะเป็นวิชาเดียวกัน แต่เนื้อหาและข้อสอบจะแตกต่างกันออกไปบ้าง

สอบ IGCSE ได้เมื่อไร

การสอบ IGCSE ของ CIE มีช่วงเวลาในการสอบปีละ 2 ครั้งคือ
ช่วงเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน (May/ June) และ
ช่วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน (Oct/ Nov) ดังตารางต่อไปนี้

สำหรับบาง Examination Board อาจมีรอบสอบอื่นๆด้วย ได้แก่ January

 

ช่วงเวลาในการสมัครสอบ

 พ.ค./มิ.ย.

 ต.ค./พ.ย.

 ช่วงการสมัครปกติ

 มกราคม – ต้นกุมภาพันธ์

 กรกฎาคม – ต้นสิงหาคม

 ช่วงการสมัครล่าช้า

 กุมภาพันธ์

 สิงหาคม

 รายงานผลคะแนนสอบ

 สิงหาคม

 มกราคมปีถัดไป

วิชาที่ aims เปิดสอนในหลักสูตร IGCSE

  1. Accounting
  2. Additional Mathematics
  3. Biology
  4. Business Studies
  5. Chemistry
  6. Combined Science
  7. Co-ordinated Sciences
  8. Development Studies
  9. Economics
  10. English as a Second Language
  11. Environmental Management
  12. First language English
  13. First Language Thai
  14. Geography
  15. History
  16. Literature (English)
  17. Mathematics
  18. Physics
  19. Travel and Tourism

เหตุผลที่ควรเรียน IGCSE ที่ aims

1. ความน่าเชื่อถือ 

aims เปิดสอนตั้งแต่ปี 2538 โดยมีนักเรียนที่สามารถเข้าศึกษาต่อ ในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงต่างๆมากมาย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 มีนักเรียนที่เรียนที่ aims สามารถเข้าเรียนที่หลักสูตรนานาชาติ จุฬาฯและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มากกว่า 500 คนต่อปีติดต่อกันทุกปี

2. คุณภาพการสอน

ด้วยประสบการณ์การสอนที่หลากหลาย อาจารย์ที่ aims สามารถประยุกต์วิธีการสอนให้เข้ากับพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างเหมาะสมด้วยการอธิบายที่ไม่ซับซ้อน และเทคนิคการทำข้อสอบให้ถูกต้องในเวลาอันจำกัด การเรียน IGCSE นั้นนักเรียนจะเรียนรู้เนื้อหาของแต่ละรายวิชาไปพร้อมๆกับการทำ Past Paper แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากการเรียนที่อื่นๆคือ เทคนิคและวิธีการตอบคำถามให้กระชับและตรงประเด็นที่สุดเนื่องจากในปัจจุบันนั้นใครๆก็สามารถค้นหา Past Paper แบบ Online ได้เองแต่จะขาดวิธีที่จะทำความเข้าใจกับคำถามและการตอบให้ได้คะแนนตามที่ Examiner ต้องการ อันเป็นจุดที่สามารถพัฒนาได้หากได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง

3. การประเมินผล

aims ถูกก่อตั้งโดยผู้มีประสบการณ์สอนในสถาบันการศึกษาของรัฐมาก่อน ดังนั้นจึงทราบดีว่าการประเมินผลมีความสำคัญอย่างมาก นักเรียนจะได้ฝึกฝนโดยผ่านการทำ Past Paper ในช่วงต่างๆของการเรียน เช่น Pre-Test, Unit Test และ Post Test เพื่อวัดว่านักเรียนพร้อมสำหรับการสอบจริงแล้วหรือไม่

4. คุณภาพในการให้คำปรึกษาด้านการเรียน 

นักเรียนหลายคนไม่แน่ใจถึงแผนการเรียนในอนาคตและต้องการคำปรึกษา นักเรียนหลายคนยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรเรียนวิชาใดหรือแม้แต่สนใจศึกษาต่อในด้านไหน aims จึงมีการให้คำแนะแนวทางด้านการศึกษาเพื่อช่วยให้นักเรียนวางแผนได้ดียิ่งขึ้น