What are your strengths and weaknesses?
พี่เอมส์ได้ยินคำถามนี้บ่อยครั้ง เวลาสัมภาษณ์ และนี่คือหนึ่งในคำถามที่หลายๆคน “ไปไม่ถูก” หรือไม่ก็ “ตอบไม่ได้” หรือ “ตอบได้ไม่ดีเอามากๆ” ทำให้พลาดโอกาสได้รับเลือกไป
ในส่วนที่ยากกว่าคือการตอบคำถามเรื่อง weakness(es) หรือ “จุดอ่อน” ของเรา ซึ่งหากเราตอบแบบ “จริงใจ” ก็จะถูกเจาะถามต่อเรื่อยๆ เช่น ถ้ามันแย่ขนาดนั้นทำไมเราถึงควรเลือกคุณ หรือไม่ก็ถูกมองว่าเราเป็นคนที่แย่ไปเลย แต่ถ้าเราตอบแบบ “ไม่จริงใจ” หรือตอบว่าไม่ค่อยมีจุดอ่อน ก็จะดูดีเกินจริงไปมาก
พี่เอมส์จึงขอเสนอตัวอย่างการตอบคำถามแบบน่าสนใจกันค่ะ ใครเห็นว่าข้อไหนน่าสนใจก็ลองจำไปใช้กันได้
Strengths
1. Collaborative หมายถึงเราเป็นคนที่มีความสามารถในการ “ประสานงาน” หรือทำงานเป็นทีมได้ดี โดยอาจยกตัวอย่างกิจกรรม (extra curricular activities) ที่เคยทำ/ พูดถึงใน Portfolio ของเรา
2. Detail-oriented หมายถึงเราเป็นคนที่มีความ “ละเอียด” และใส่ใจในงาน ทำให้งานมีคุณภาพดี โดยอาจยกตัวอย่างถึงรางวัลหรือผลงานที่เราเคยทำได้
3. Positive attitude หมายถึงเราเป็นคนที่มีความ “ทัศนคติ” ที่ดี โดยอาจยกตัวอย่างว่าเราเคยทำกิจกรรมมาหลายอย่าง เห็นผู้คนที่มี background ต่างๆกัน ทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละคนก็มีความแตกต่างด้านทัศนคติ ทำให้เราเข้าใจมุมมองของแต่ละคนและคิดบวกได้เสมอ
4. Creative หมายถึงเราเป็นคนที่มีความ “ความคิดสร้างสรรค์” หรือการไม่ยึดติดอะไรเดิมๆ พยายามหาทางแก้ปัญหาใหม่ๆที่มักจะดีขึ้นเสมอ โดยอาจยกตัวอย่างกิจกรรมที่เราเคยทำและหาทางพัฒนาให้ดีขึ้นได้
5. Leadership skills หมายถึงเราเป็นคนที่มีความ “ทักษะความเป็นผู้นำ” โดยอาจยกตัวอย่างกิจกรรมที่เราเคยทำมาก่อน
Weaknesses
ในการพูดถึง “จุดอ่อน” ของเรา ควรพยายามให้เหตุผลว่า เรารู้ตัวว่ามีจุดอ่อน แต่เราก็ได้เริ่มหาทางแก้แล้ว ไม่ได้ปล่อยให้เป็นจุดอ่อนตลอดไป
1. Self-criticism หมายถึงเราเป็นคนที่ “คิดลบ” และคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีจนอาจเกิดความเครียดได้ ซึ่งอาจพูดต่อไปว่าเราได้พยายามแก้โดยวิธีต่างๆ เช่น เราพยายามตั้งเป้าหมายในการทำงาน และเมื่อบรรลุเป้าหมาย แม้จะเป็นขั้นเล็กๆเราก็จะ “ดีใจไปกับมัน” เพื่อเป็นการให้กำลังใจตัวเองและตั้งใจทำงานต่อไป
2. Public speaking หมายถึงเราเป็นคนที่ “กลัวการพูดต่อหน้าคนมากๆ” ซึ่งอาจพูดต่อไปว่าเราได้พยายามแก้โดยวิธีต่างๆ เช่น เราได้พยายามฝึกโดยการพูดต่อหน้าครอบครัวในโอกาสสำคัญๆ หรือเราได้เสนอตัวเป็นพิธีกรหรือตำแหน่งที่ต้องมีการพูดในที่สาธารณะในกิจกรรมที่เราเคยทำ
3. Lack of experience with skill/ software หมายถึงการขาดประสบการณ์หรือทักษะที่จำเป็น โดยเฉพาะการที่เราไม่สามารถทำในสิ่งที่ควรทำได้ เช่น การตัดต่อวีดีโอ การเขียน code/ Python ฯลฯ ซึ่งอาจพูดต่อไปว่าเราได้พยายามแก้โดยวิธีต่างๆ เช่น เราได้เริ่มฝึกด้วยตัวเองจากการดู YouTube หรือแม้กระทั่งไปลงเรียนคอร์สต่างๆและได้ใบประกาศนียบัตรมาแล้ว
4. Procrastination หมายถึงการที่เรากลัวสิ่งที่เราคิดว่าทำได้ยาก โดยการ “ผลัดวันประกันพรุ่ง” หรือคิดว่า “ไว้ค่อยทำทีหลัง” และมักหมายถึงอาการกลัวความล้มเหลว (fear of failure) ซึ่งอาจพูดต่อไปว่าเราได้พยายามแก้โดยวิธีต่างๆ เช่น เรามีการใช้ “to-do list” หรือกำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าเราต้องทำอะไร วันที่เท่าไร ทำให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน และกล้าที่จะเผชิญกับสิ่งที่เรากลัว
5. Perfectionism พี่เอมส์เชื่อว่าหลายๆคนก็มีอาการนี้ คืออยากให้สิ่งที่เราทำนั้น “สมบูรณ์แบบ” ที่สุด ซึ่งมักจะแลกมากับการที่เราทำสิ่งนั้นได้ช้ามากๆ หรือแม้กระทั่งทำไม่เสร็จซักที บวกกับความเครียด! ซึ่งอาจพูดต่อไปว่าเราได้พยายามแก้โดยวิธีต่างๆ เช่น มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน มีกำหนดการและมาตรฐานที่ดีและยอมรับได้
ทั้งนี้หลักสูตรต่างๆมีการให้คะแนนกับการสัมภาษณ์ที่ต่างกันออกไปตั้งแต่ 0-40% เลยทีเดียว พี่เอมส์แนะนำให้เราศึกษา Requirements ให้ดีก่อนเตรียมตัวสัมภาษณ์ หากเรามีการเตรียมตัวที่ดีก็จะทำให้เรามีความมั่นใจและผ่านการสัมภาษณ์ไปได้ด้วยดีค่ะ
ใครอยากได้เทคนิคดีๆ มาปรึกษาที่ aims ได้ค่ะ มีเทคนิคเตรียมสอบสัมภาษณ์ดีๆ/ คลังคำถามไว้ฝึกเพียบ
>> รู้หรือไม่? <<
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นมา มีนักเรียน aims สอบติดหลักสูตรอินเตอร์จุฬาฯและธรรมศาสตร์มากกว่าปีละ 500 คนทุกปี
::: เริ่มต้นเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้
1. สอบถาม/ วางแผนการเรียนได้ที่ LINE @aims2 หรือโทร 02-254-9300
2. ทำ SIM Test เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเรียน/ ก่อนสอบจริง วิชา SAT, IELTS ฯลฯ ดูตาราง SIM ที่นี่
3. มาตรวจสอบ Requirements ปีล่าสุด ได้ที่นี่