หลักสูตร BBA เป็นหลักสูตรนานาชาติแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ 1996 นับจนถึงวันนี้ก็เกือบ 30 ปีแล้ว ได้สั่งสมความขลังของหลักสูตร อย่างเช่น curriculum ที่มีการปรับปรุงทุกๆ 4 ปี, ศิษย์เก่าที่ทำชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ
การเรียนในหลักสูตรนานาชาติเพิ่มความได้เปรียบและโอกาศในการทำงาน ทำให้ ความนิยมการเข้าเรียน BBA เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลทำให้คะแนนในการสอบเข้าพุ่งสูงขึ้นจนแทบบอกได้ว่า คะแนน SAT ที่สามารถเข้าเรียนใน BBA Chula ได้ ก็สามารถเข้า BBA ที่ไหนในประเทศก็ได้ หรือแม้กระทั่งยื่นสมัครมหาวิทยาลัย top 30 ในสหรัฐอเมริกาได้เลยด้วยซ้ำ
1. วุฒิการศึกษามัธยมปลาย หรือเทียบเท่า (High School Diploma or Equivalency)
คำถามที่มักจะได้ยินบ่อยๆคือ “เกรดเฉลี่ยจำเป็นไหม?” …. ตอบได้ตรงนี้เลยว่าไม่จำเป็นครับ หลักสูตร BBA Chula ไม่ได้ใช้เกรดเฉลี่ยมาเป็นเกณฑ์วัดผล และไม่ได้ให้น้ำหนักในการพิจารณาเลย นั้นหมายความว่าไม่สำคัญว่าจะได้เกรดเฉลี่ยที่โรงเรียนเท่าไหร่ ขอแค่จบ ม.6 หรือเทียบเท่าก็เพียงพอครับ
2. คะแนนความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency Test)
เช่นการสอบ IELTS, TOEFL iBT หรือ CU-TEP + Speaking คะแนนความสามาถด้านการใช้ภาษาอังกฤษนี้เช่นเดียวกับข้อแรก คือจะไม่มีน้ำหนักสำหรับคะแนนส่วนข้อนี้เลย แค่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น จึงถือว่าผ่านด่านนี้ไปได้
3. คะแนนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (Standardized Test)
คะแนนขั้นต่ำที่มีสิทธิ์ยื่นสมัคร สามารถหาได้จากเวปไซต์ของ BBA Chula (https://bba.acc.chula.ac.th/)
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่กรรมการจะพิจารณา อยู่ที่คะแนน SAT ซึ่งจะมีการระบุคะแนนขั้นต่ำที่มีสิทธิ์ยื่นใบสมัคร แต่คนที่ได้รับเลือกให้เข้าเรียน บอกได้เลยว่า ได้คะแนนสอบสูงกว่าคะแนนขั้นต่ำแน่นอน สิ่งสำคัญคือสูงกว่ามากด้วย อย่างเช่นสถิติคะแนน SAT ตั้งแต่ปี 2017-2023 ที่ผ่านมาในตารางด้านล่าง
ที่มา: https://bba.acc.chula.ac.th/
4. คำแนะนำและการเตรียมตัวจากผู้มีประสบการณ์
“เตรียมตัวนานแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอ?” จากประสบการณ์การเป็น counselor ที่สถาบันเอมส์บอกได้เลยว่ายิ่งเร็วยิ่งดี เริ่มตั้งแต่มัธยมปลายได้เลย เพราะการที่จะทำคะแนนในติด BBA Chula นั้นบอกได้เลยว่าหืดขึ้นคอเลยล่ะ
ข้อสอบ SAT สามารถสอบได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่มีเวลาและคะแนนมีอายุการใช้ได้ 2 ปี นั้นหมายความว่า
- ม.4 คือการฝึก การหาประสบการณ์ในการสอบ ประเมินตนเอง
- ม. 5 คือการเอาจริงเพื่อจะได้คะแนนที่ต้องการ
- ม. 6 นั้นคือการเก็บรายละเอียด ในกรณีที่ต้องการคะแนนเพิ่มขึ้น ซึ่งเวลาจะบีบคั้นมากในช่วงนั้น พี่แนะนำว่าควรจะทำคะแนน ให้ได้ภายใน ม.5 จะดีที่สุด
จากสติติการสอบเข้าในปี 2023 ซึ่งคะแนนคนสุดท้ายที่เข้าได้คือ 1360 แต่คนที่ได้คะแนนเท่านี้เป็นตัวสำรองที่มีการเรียกขึ้นมาในกรณีที่มีคนสละสิทธิ์ ถ้าอยากนอนตีพุงสบายใจว่าฉันเข้าได้แน่ ก็ควรได้ 1380-1400 ขึ้นไป ซึ่งคะแนนเท่านี้สามารถยื่นสมัครเข้า Princeton University ในสหรัฐอเมริกา ได้เลยทีเดียว
คำถามต่อมา ทำอย่างไรน้อง ถึงจะได้ SAT 1380-1400 ขึ้นไป แน่นอนว่าสถาบันเอมส์ที่มีประสบการณ์มาไม่ต่ำกว่า 25 ปีในหลักสูตรนานาชาติ มี counselor ที่มีประสบการณ์ในการวาง strategy ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสอบ ตัวไหนควรมาก่อนหลัง คณาจารย์ที่คร่ำหวอดในแวดวง SAT มาแนะนำ trick เด็ดๆ ที่สามารถให้นักเรียนสามารถทำข้อสอบได้เร็วขึ้นและ ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น สามารถช่วยพวกเราได้
แต่สถาบันเอมส์นั้น สามารถช่วยน้องๆ ได้แค่ 50% ต้องบวกอีก 50 % กับความพยายามของพวกเรา ที่จะฝึกฝน นำไปใช้เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างๆ จนกว่าจะได้คะแนนที่ถึงเป้าหมายได้ เคล็ดลับของการทำคะแนน SAT ให้ได้เยอะๆ ก็คือข้อแรก “ฝึก ฝึก ฝึก เรียนรู้และแก้ไข” ข้อสองคือย้อนกลับไปดูข้อแรกครับ ^^
สุดท้ายนี้การเข้าหลักสูตร BBA นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถมาก จะต้องใช้ทั้งความขยัน อดทนและเวลาที่เหมาะสม สำหรับคนที่รู้ตัวช้าไม่ต้องกังวลวาจะไม่ทัน แต่น้องๆ จะต้องขยันเป็นสองเท่า อาจจะเหนื่อยสำหรับช่วง ม.ปลายนี้แต่รับรองได้ว่าผลที่ออกมาต้องคุ้มค่ากับความพยายามแน่นอนครับ


