วันนี้พี่เอมส์จะมารีวิวอีกหลักสูตรใหม่ของจุฬาฯอินเตอร์ที่เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยค่ะ หลักสูตรนี้คือ BBTech นั่นเอง ใครอยากรู้ว่าคืออะไร? ตามมาอ่านกันได้ค่ะ (แบบย่อคือ เป็นหลักสูตรด้าน biology ที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตที่ ‘ไม่เหมือนเดิม’ และต้องคิดใหม่ทำใหม่ค่ะ)

หากจะกล่าวถึงวิชาทางสายวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ใกล้เคียง และมีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรามากที่สุด ร้อยทั้งร้อยคงหนีไม่พ้นชีววิทยา ซึ่งหมายถึงการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทุกแง่มุม ทั้งอวัยวะและระบบการทำงานภายในร่างกาย, การดำรงอยู่และวิวัฒนาการ, การเป็นส่วนหนึ่งของระบบแวดล้อม และการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน หากแต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในแง่ผู้สรรสร้างและผู้ทำลายล้าง ถ้าจะมีซักหนึ่งภาควิชาที่จะเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์กับสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด คงต้องเป็นภาควิชา Biotechnology ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างเลี่ยงไม่ได้

ภายใต้คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชา Biotechnology สามารถกล่าวคร่าวๆ ถึงเนื้อหาที่นิสิตสามารถเลือกหมวดหมู่ตามความถนัดและความสนใจได้ดังนี้

  • Animal and plant biotechnology

ความรู้เรื่องต่างๆ รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาและพัฒนาเกี่ยวกับขั้นตอนการขยายพันธุ์ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ, การพัฒนาวัตถุดิบโดยใช้ความรู้ด้านพันธุศาสตร์ให้เข้ามามีบทบาท

  • Microbial biotechnology

การศึกษาโดยเน้นไปที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก หรือที่เรามักจะเรียกว่า จุลินทรีย์ ทั้งในเชิงของการพัฒนาเพื่อใช้เป็นวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ, การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์อย่างมีประสิทธิภาพ, DNA analysis และอาจยังสามารถพัฒนาไปถึงการศึกษาเกี่ยวกับการสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆได้ในอนาคต

  • Environmental biotechnology

มุ่งเน้นถึงการตอบแทนสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ทั้งในแง่ของการจัดการมลพิษ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ,การเพิ่มประสิทธิภาพในการลดภาวะปนเปื้อนของสารที่ถูกปล่อยออกมาจากภาคอุตสาหกรรมก่อนปล่อยคืนสู่แหล่งธรรมชาติ, การศึกษาถึงข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และการเข้าใจถึงความหมายของคำว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่แท้จริง

  • Food biotechnology

การจัดการวัตถุดิบหลังการเก็บเกี่ยว, การปรับแต่งเพิ่มเติมคุณภาพของวัตถุดิบ, การจัดการด้านการขนส่งการบรรจุหีบห่อ รวมถึงการวิธีการจัดการกับของเสียทั้งในภาคการผลิตและการบริโภค จะเป็นความรู้ต่างๆที่สาขาวิชานี้นำเสนอในกับผู้เรียน แต่ในเครือข่ายของ Food Biotechnology นั้น ยังหมายรวมไปถึงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มอีกด้วย เช่น การพัฒนาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย

  • Bioformatics

โครงการขนาดใหญ่ที่เป็นเหมือนโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติอย่าง HGP (Human Genome Project) ซึ่งเป็นโครงการที่นักวิทยาศาสตร์พยายามจะระบุถึงลักษณะของสารพันธุกรรมแต่ละคู่ ว่าในแต่ละคู่จากจำนวนกว่า 3,000 ล้านคู่นั้น ควบคุมลักษณะทางกายภาพแบบไหน เผื่อว่าในอนาคต อาจจะนำแผนที่สารพันธุกรรมที่ได้นี้ไปใช้ในกระบวนการรักษาโรคบางชนิดที่ติดต่อมาจากพันธุกรรมก็เป็นได้ โดยโครงงานนี้ไม่มีความก้าวหน้าได้เลย หากสาขานี้ไม่ถูกพัฒนาขึ้น การใช้คอมพิวเตอร์ที่ก้าวหน้า การสร้างโปรแกรมที่เกี่ยวข้องการวิเคราะห์สารพันธุศาสตร์ ถือเป็นความรู้หลักที่ทำให้สาขาวิชานี้ได้เกิดขึ้นมา และยังรวมถึงการใช้เทคโลโนยี เพื่อศึกษาความรู้ใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับพันธุศาสตร์อีกด้วย

จบไปทำงานอะไรได้บ้าง

หากมองถึงสาขาวิชาที่ Biotechnology นำเสนอนั้น อาชีพที่รองรับจึงเปิดกว้างไปในทุกอาชีพงาน เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและพัฒนาคุณภาพอาหาร, นักวิจัยด้านพันธุศาสตร์, นักวิจัยด้านจุลชีพ, นักพัฒนายา, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, เจ้าหน้าที่แผนกตรวจสอบคุณภาพของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม, NGO ด้านสิ่งแวดล้อม, เกษตรกร, ตลอดจนเจ้าของกิจการที่เกี่ยวข้องการอาหารต่างๆ

น่าสนใจไหมคะ ใครสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้เลย http://www.bbtech.sc.chula.ac.th/?page_id=85